หลายชาติในเอเชียลอกแบบจีนคุมสื่อ ไทยอันดับเสรีภาพสื่อดีขึ้นมาอยู่ที่ 140

ที่มาของภาพ, Getty Images
องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนเผย รัฐบาลหลายชาติในเอเชียควบคุมข่าวและข้อมูลตามแบบจีน โดยเฉพาะเวียดนามและกัมพูชา หลายชาติในอาเซียนมีดัชนีเสรีภาพสื่อลดต่ำลงในปีนี้ แต่ไทยปรับตัวดีขึ้น 2 อันดับมาอยู่ที่ 140
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงรั้งอันดับแทรกแซงสื่อเลวร้ายที่สุดในโลก โดยเกาหลีเหนือยังรั้งอันดับ 180 ท้ายสุดเช่นเดิม แม้ว่าจะมีการยอมให้ผู้คนในประเทศใช้สมาร์ทโฟนอย่างกว้างขวางเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็ยังมีการควบคุมการสื่อสารและอินทราเน็ตในประเทศอย่างเข้มงวด สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการยังคงเป็นแหล่งรับข้อมูลข่าวสารเพียงแห่งเดียวของชาวเกาหลีเหนือ การอ่าน ชม หรือ ฟัง ข่าวสารจากสื่อต่างชาติอาจนำไปสู่การถูกควบคุมตัวในค่ายกักกันได้
จีนตรวจสอบและควบคุมสื่อมากขึ้น
ดัชนีเสรีภาพสื่อของจีนยังคงอยู่อันดับที่ 176 เช่นเดียวกับปีที่แล้ว องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนระบุว่า จีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กำลังเข้าใกล้ระบบรวบอำนาจเบ็ดเสร็จมากขึ้นทุกที โดยในการดำรงตำแหน่งสมัยแรกของนายสี ทางการจีนมีการตรวจสอบและควบคุมสื่ออย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน โดยใช้เทคโนโลยีรูปแบบใหม่เข้ามาช่วย นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศยังทำงานได้ยากลำบากขึ้น และพลเมืองในประเทศก็อาจถูกจำคุกได้เพียงเพราะส่งต่อเนื้อหาทางเครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์ หรือในการคุยกันส่วนตัวผ่านแอปพลิเคชัน ปัจจุบันมีผู้สื่อข่าวถูกควบคุมตัวในจีนมากกว่า 50 คน
รัฐบาลจีนกำลังพยายามจัด "ระเบียบสื่อโลกใหม่" ด้วยการเผยแพร่วิธีการกดขี่ ระบบการตรวจสอบข้อมูล และเครื่องมือการควบคุมอินเทอร์เน็ต และหลายประเทศในเอเชียก็เดินตามรอยจีน ซึ่งมีความต้องการอย่างไม่ลดละในการกำจัดการแข็งข้อจากประชาชนทุกหมู่เหล่า
เวียดนามและกัมพูชาปราบปรามสื่ออย่างหนัก
สองชาติที่ลอกเลียนแบบการควบคุมสื่อของจีนอย่างมากก็คือ เวียดนามและกัมพูชา โดยเวียดนามมีอันดับเสรีภาพสื่ออยู่ที่ 175 ดีกว่าจีนเพียงแค่อันดับเดียว สื่อดั้งเดิมในประเทศถูกควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ ขณะที่ผู้สื่อข่าวพลเมืองพยายามปกป้องเสรีภาพในการรายงานข่าวอย่างกล้าหาญ ทำให้รัฐบาลต้องออกมาตอบโต้อย่างไร้ความปราณี มีการเพิ่มโทษจำคุกบล็อกเกอร์ หากเขียนเกี่ยวกับเรื่องต้องห้ามอย่างการทุจริตและหายนะภัยด้านสิ่งแวดล้อม จาก 2 ปี เป็น 15 ปี

ที่มาของภาพ, SIV CHANNA
ส่วนกัมพูชา ดัชนีเสรีภาพสื่อปีล่าสุดร่วงลงจากปีก่อนหน้า 10 อันดับลงมาอยู่ที่ 142 หลังจากที่รัฐบาลของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ปราบปรามสื่ออย่างหนัก ด้วยการปิดสำนักข่าวอิสระกว่า 30 แห่งและจำคุกนักข่าวหลายคนตามอำเภอใจ โดยการกดขี่สื่อเสรี การเข้ามาครอบงำสื่อมวลชน และการควบคุมสื่อสังคมออนไลน์ ต่างเป็นวิธีการเดียวกับที่จีนใช้
ไทยอันดับเสรีภาพสื่อดีขึ้นมาอยู่ที่ 140
ส่วนประเทศอื่นในภูมิภาคที่ได้รับอิทธิพลจากวิธีการควบคุมสื่อของจีนด้วยได้แก่ ประเทศไทย ซึ่งปีนี้มีอันดับเสรีภาพสื่อดีขึ้นสองอันดับมาอยู่ที่ 140 มาเลเซียอยู่ที่อันดับ 145 ลดลงหนึ่งอันดับ และสิงคโปร์อยู่ที่อันดับ 151 เช่นเดียวกับปีที่แล้ว
นายปรัชญาชัย ดัชถุยาวัตร อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวกับบีบีซีไทยว่า แม้อันดับเสรีภาพสื่อจะขยับขึ้นสองอันดับ แต่การผ่อนคลายก็ยังเกิดขึ้นไม่มาก เพราะยังมีประกาศ และคำสั่ง คสช. อีก 2-3 ฉบับ ที่ยังควบคุมการทำงานของสื่ออยู่

ประกาศ คสช.ที่ 97/2557 ว่าด้วยการให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงาน คสช. และเผยแพร่ข่าวสารต่อสาธารณะ ระบุถึง การห้ามสื่อมวลชนเชิญบุคคลสัมภาษณ์ แสดงความเห็นที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง งดเว้นการนำเสนอข่าวที่วิจารณ์การปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หากสื่อละเมิดคำสั่งนี้ ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย
ต่อมาประเด็นการห้ามวิจารณ์ คสช.ถูกแก้ไขใหม่ในประกาศ คสช.ที่ 103/2557 ห้ามเฉพาะการวิจารณ์ที่บิดเบือน เป็นข้อมูลเท็จ และหากฝ่าฝืนก็ให้ดำเนินการสอบสวนตามจริยธรรมวิชาชีพแทน นอกจากนี้ยังมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานห้ามการนำเสนอข่าว
สมาคมนักข่าวฯ เตรียมเรียกร้องยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ควบคุมสื่อ
นายปรัชญาชัย กล่าวว่า ในวันที่ 4 พ.ค. ซึ่งเป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ทางสมาคมจะรณรงค์ให้ยกเลิกคำสั่งที่ควบคุมสื่อทั้งหมด เพราะประเทศเริ่มเข้าสู่บรรยากาศของการเลือกตั้ง รัฐบาล คสช. ควรเปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนเสนอข้อมูลข่าวสาร และให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างเสรี

ที่มาของภาพ, THAI JOURNALIST ASSOCIATION
อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ กล่าวว่า รัฐอาจจะใช้คำสั่งเหล่านี้เพื่อประโยชน์ของเอง และตีขลุมให้เรื่องเหล่านี้เป็นเหตุผลด้านความมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อมีกระแสข่าว คสช.จะตั้งพรรคการเมือง หัวหน้า คสช.อาจใช้อำนาจ ม. 44 ให้เจ้าพนักงานห้ามเสนอข่าว อาจเกิดการใช้อำนาจในการกลั่นแกล้งสื่อที่วิพากษ์วิจารณ์ได้
"คำสั่งเหล่านี้ไม่มีความจำเป็นเมื่อเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง หากยกเลิก ดัชนีเสรีภาพสื่อก็จะเป็นบวกมากกว่านี้"
เมียนมากับฟิลิปปินส์ร่วง 6 อันดับ
เมียนมาเป็นอีกประเทศหนึ่งที่อันดับเสรีภาพสื่อลดต่ำลงอย่างมากในการจัดอันดับล่าสุด โดยลดลง 6 อันดับลงมาอยู่ที่ 137 ในปีที่ผ่านมารัฐบาลที่นำโดยนางออง ซาน ซู จี สูญเสียความน่าเชื่อถือลงอย่างมาก จากที่เคยให้คำมั่นว่าจะปกป้องบทบาทของสื่อในระบอบประชาธิปไตย
สถานการณ์เลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นหลังจากเกิดวิกฤตโรฮิงญาในเดือนสิงหาคม 2017 กองทัพห้ามไม่ให้สื่อเข้าไปในพื้นที่เพื่อรายงานข่าวที่ประชาคมโลกเห็นว่าเป็นการ "ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" ในเมียนมา โดยขณะนี้ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ 2 คน ที่พยายามทำข่าวสืบสวนสอบสวนยังคงอยู่ในเรือนจำ

ที่มาของภาพ, Reuters

ที่มาของภาพ, Reuters
ส่วนฟิลิปปินส์ อันดับเสรีภาพสื่อโลกร่วงลง 6 อันดับเช่นกัน อยู่ที่ 133 จากการที่สื่อถูกควบคุมจากผู้นำที่ต้องการแสดงอำนาจของตัวเอง โดยรัฐบาลของประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ได้คุกคามสื่อที่วิจารณ์สงครามยาเสพติดนับครั้งไม่ถ้วน และในปี 2017 มีผู้สื่อข่าว 4 คนถูกสังหาร ด้วยเหตุผลที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ และฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้สื่อข่าวเสียชีวิตมากที่สุดในภูมิภาค